สีและความหมายประจำองค์เทพ

  1. ท้าวมหาพรหมหรือพระพรหม มีสีประจำพระองค์ คือ สีขาว สีครีม สีทอง
  2. พระตรีมูรติมีสีประจำพระองค์ คือสีแดง
  3. พระนารายณ์ทรงพญาครุฑมีสีประจำพระองค์ คือสีฟ้า
  4. พระนารายณ์ทรงอนันตนาคราช มีสีประจำพระองค์ คือสีน้ำเงินอมม่วง
  5. พระพิฆนเศวร มีสีประจำพระองค์ คือสีเหลืองทอง
  6. พระแม่อุมา มีสีประจำพระองค์ คือสีแดง
  7. พระแม่ลักษมี มีสีประจำพระองค์ คือสีชมพู
  8. ท้าวอัมรินทร์อินทราธิราชมีสีประจำพระองค์เขียว

สีขาวถือเป็นแม่สีของศาสนาฮินดูไม่ว่าจะเป็นสีเครื่องแต่งกายของพราหมณ์ หรือ พิธีการสำคัญ จะใช้สีขาวเป็นหลัก เช่น การถือศีลของฆราวาสในภาษาไทยใช้คำว่า “นุ่งขาว ห่มขาว” เป็นการแสดง ถืงความบริสุทธิ์ แต่อีกความหมายหนึ่งของสีขาวในพราหมณ์คติ คือ องค์ความรู้ ดังนั้นท่านท้าวมหาพรหมผู้สร้างโลกจึงใช้สีขาวเป็นสัญญลักษณ์ ซึ่งแปลว่า ความรู้อันบริสุทธิ์ ซึ่งแสดงไว้บนพระกรบนด้านซ้ายถือหนังสือ หมายถือ องค์ความรู้ในการสร้างจักรวาล  ส่วนสีทองหมายถึง พลังอันบริสุทธิ์ของท่านท้าวมหาพรหมที่ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทุกสารทิศ

สีแดงเป็นสีแห่งพลังในพราหมณ์คติซึ่งใช้ในพิธีสำคัญ เช่น พิธีแต่งงาน เทศกาล และ แม้กระทั่งการเจิม ศักติ คือ จุดผงสีแดงลงบนหน้าผากของผู้หญิงฮินดูที่แต่งงานแล้ว ซึ่งหมายความว่าเป็นผู้ทรงซึ่งอำนาจ ของสามีซึ่งในขบวนแห่ 8 มหาเทพจะมีนางรำสองขบวนที่ใช้สีแดงคือ ขบวนพระแม่อุมาเทวี และ ขบวนพระตรีมูรติ เพราะว่า สีแดงในขบวนพระแม่อุมาหมายถึงพลังจักรวาลแห่งความสร้างสรรของ อิตถีสตรีเพศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ ความคิด สติปัญญา การกระทำ และ การอบรมสั่งสอนที่ผู้หญิง พึงทำในฐานะ ภรรยา และ มารดาของลูกๆ  ส่วนสีแดงในขบวนพระตรีมูรติหมายถึงมหาเทพองค์สำคัญ ที่มีอำนาจสูงสุดเหนือองค์เทพทั้งปวง เต็มไปด้วยพลังจักรวาลแห่งความรักและศรัทธาต่อมวลมนุษย์

สีเหลืองทองเป็นสีผสมของสีส้มและสีทองที่ใช้ในขบวนพระพิฆนเศวร ซึ่งมีที่มาจากสี Saffron หรือ สีส้ม ถือว่าเป็นสีตัวแทนของมนุษยชาติผู้แสวงหาความรู้เพื่อใช้ในการสร้างสรร เช่น สีของดอกดาวเรือง เป็นสัญญลักษณ์แห่งความรู้อันบริสุทธิ์ที่ผ่านการกลั่นกรองนึกคิดเหมือนเหล็กบริสุทธิ์ที่ผ่านการเผาไฟ ซึ่งธาตุไฟเองในพราหมณ์คติใช้สีส้มเป็นสัญญลักษณ์  แต่พอเอามาออกแบบใส่ขบวนองค์พระพิฆนเศวร ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นสีเหลืองอ่อนเพื่อสะท้อนความหลักแหลมของสติปัญญา และ การไขว่คว้าองค์ความรู้ด้วยการเสียสละ อดทนจนกระทั่งงาขององค์พระพิฆนเศวรหัก

 

สีเขียวที่ใช้ในขบวนพระอินทร์ มีสองความหมาย คือ ชีวิตและความสุข ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ทำให้สีเขียวกลายเป็นสีเทศกาลแห่งความสุขสันต์ ร่าเริง และ เริ่มชีวิตใหม่เสมือนดังต้นไม้ที่ผลิ ออกจากเมล็ดพันธุ์

 

สีชมพูแตกจากแม่สีคือสีแดง ซึ่งมีรากฐานจากพลังแต่ถูกปรับเปลี่ยนให้อ่อนหวานขึ้น เพื่อสะท้อนพลัง ของผู้หญิงที่อุทิศตนให้กับการสร้างครอบครัวและตัวเองให้มั่งคั่งบริบูรณ์ เสมือนพระแม่ลักษมีที่เป็น สัญญลักษณ์แห่งการค้าพาณิชย์ซึ่งในพราหมณ์คติไม่ได้จำกัดความอยู่ที่ทรัพย์สินศฤงคาร แต่เป็น ความมั่งคั่งของกรรมที่มีต่อธรรมะ ดั่งแสดงให้เห็นได้ด้วยดอกบัวในพระกรบนทั้งด้านซ้ายและขวาของ องค์พระแม่ลักษมี ที่สะท้อนถึงกรรมในภพนี้และภพหน้า หมายถึง กรรมที่ดีย่อมนำมาซึ่งอนาคตที่ดี และ ความมั่งคั่งที่ดีย่อมมาจากกรรมที่ดี

สีฟ้าในขบวนพระนารายณ์ทั้งสองปาง ใช้เป็นสีฟ้า และ สีน้ำเงินอมม่วง เพื่อล้อไปกับสีผิวของพระนารายณ์ ซึ่งเอาสีฟ้าจากท้องฟ้า และ สีน้ำเงินจากทะเลมาเป็นพระวรกาย ขององค์พระนารายณ์ มีความหมายถึง ความกล้าหาญชาญชัยและความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา ในสถานะการณ์คับขัน และ อีกความหมายหนึ่งหมายถึงจิตใจอันมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งสองความหมายนี้พอจะสื่อได้ว่าทำไม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงอัญเชิญองค์พระนารายณ์ ไปประดิษฐานในฐานะเทพประจำสำนักงานตำรวจ